20190430-ART01-01

   ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงและกำลังค่อยๆ เข้ามาแทนที่ยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในต่างประเทศ ที่คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากไม่ปล่อยมลพิษเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงลงด้วย

     สำหรับในประเทศไทยรถยนต์ไฟฟ้ายังมีราคาค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ทั่วไปการจะออกรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่จึงยังคงไม่ได้รับความนิยมมากนักเพราะต้องนำเข้าและต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

     เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงและเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาสบายกระเป๋า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)ได้ร่วมกันทำ “โครงการวิจัยพัฒนาชุดประกอบรถไฟฟ้าดัดแปลงและคู่มือการดัดแปลง(EV Kit & Blueprint Project)” ขึ้นโดยมีเป้าหมายที่ต้องการให้คนไทยสามารถดัดแปลงรถยนต์คันเก่าให้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้ในต้นทุนไม่เกินคันละ 200,000 บาท (ไม่รวมแบตเตอรี่) ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่อย่างแน่นอนอีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ใช้รถคู่ใจคันเดิมและช่วยลดมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้อีกด้วย

 

     กฟผ.และ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช.ได้ริเริ่มโครงการวิจัยชุดรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงมาตั้งแต่ปี 2553 โดยในระยะที่ 1ได้มีการดัดแปลงรถยนต์เดิมให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าโดยการซื้ออุปกรณ์ภายในรถยนต์ไฟฟ้ามาจากต่างประเทศและนำมาประกอบเพื่อดูการทำงานของรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง

      ในปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินงานโครงการวิจัยฯ ในระยะที่ 2ที่ทีมวิจัยได้เลือกใช้อุปกรณ์ที่หาได้ในประเทศที่มีราคาถูก เข้าถึงได้ง่ายและนำมาดัดแปลงใช้ในรถยนต์ขนาดกลางที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดเพื่อให้คนจำนวนมากเข้าถึงโอกาสในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้แพร่หลาย อย่างรถยนต์ Nissan Almera หรือ i-EVที่ได้มีการส่งมอบให้ กฟผ. เพื่อทดลองใช้งานจริงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสามารถใช้งานได้ถึง200 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

     “ผมได้ทดลองขับแล้วให้ความรู้สึกเหมือนขับรถยนต์ปกติเลย ถ้าไม่ได้บอกมาก่อน คือแทบไม่รู้เลยว่าขับรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ นายสาธิต ครองสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พูดถึงผลที่น่าพอใจในการวิจัย

 

     สำหรับการดำเนินงานในระยะที่2 จะมีการส่งมอบ Nissan Almera เพิ่มเติมอีก 1 คัน ภายในเดือนเมษายนนี้ ขณะที่ ภายในสิ้นปี 2562จะมีการส่งมอบรถยนต์ Toyota Altis อีกจำนวน2 คัน พร้อมกับชุด EV Kit จำนวน 4 ชุด หลังจากนั้น จะมีการต่อยอดองค์ความรู้ในการวิจัยระยะที่3

     สำหรับในปี 2563ซึ่งเป็นระยะที่ 3 และระยะสุดท้ายของการวิจัยและพัฒนา กฟผ. ตั้งเป้าถ่ายทอดเทคโนโลยีพร้อมมีคู่มือการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้า (EV Kit) จำนวน 3 ชุด ให้กับผู้ประกอบการอู่รถยนต์ที่มีศักยภาพเพื่อนำไปทดลองเปลี่ยนรถยนต์คันเดิมให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเพื่อเก็บข้อมูลและปรับปรุงก่อนการขยายผลในเชิงพาณิชย์ให้มีระดับราคาที่ประชาชนเป็นเจ้าของได้ ที่ไม่เกิน 200,000 บาทเท่านั้น

https://youtu.be/8rfPqw4vpuc

     ไม่เพียงแต่การวิจัยเพื่อให้คนไทยมีรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงไว้ใช้งานในอนาคตอันใกล้แล้วเพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กฟผ.ยังได้ติดตั้งสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ กฟผ. สำนักงานกลาง และโรงไฟฟ้าของกฟผ. จำนวน 23 สถานี เพื่อส่งเสริมให้คนไทยสามารถเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าในวงกว้างตามวิสัยทัศน์การก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของ กฟผ. ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ที่ว่า ‘นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า’

     นอกจากนี้ กฟผ.ไม่เพียงแต่เพื่อมอบแสงสว่าง ความสะดวกสบาย และความสุขให้กับคนไทยมาตลอด 50 ปีเพื่อส่งความสุขอย่างต่อเนื่อง กฟผ. ได้ออกสติกเกอร์ ENGY ชุดใหม่ ในชื่อชุด ‘Let'scelebrate 50th anniversary of EGAT’ ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ – 29 พฤษภาคม 2562

https://line.me/S/sticker/14343

 

 

 

20181127-PRE02-00

 

       กฟผ. รับมอบรถยนต์ไฟฟ้า กฟผ. – สวทช. (i-EV) จากโครงการวิจัยรถไฟฟ้าดัดแปลง ระยะที่ 2 ร่วมกับ สวทช. ที่พัฒนาให้สามารถวิ่งได้ระยะทาง 200 กิโลเมตรต่อการชาร์ต 1 ครั้ง ใช้ต้นทุนดัดแปลง 2 แสนบาท พร้อมตั้งเป้าปี 2563 สามารถจัดทำพิมพ์เขียวต้นแบบและขยายผลเชิงพาณิชย์

         วันนี้ (27 พฤศจิกายน 2561) นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีรับมอบรถยนต์ไฟฟ้า กฟผ. – สวทช. (i-EV) จาก โครงการวิจัยพัฒนาชุดประกอบรถไฟฟ้าดัดแปลงและคู่มือการดัดแปลง (EV Kit & Blueprint Project) ระหว่าง กฟผ. และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. เป็นผู้ส่งมอบ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและสื่อมวลชน ณ เวทีลานสนามหญ้า หน้าอาคารสำนักผู้ว่าการ กฟผ. สำนักงานใหญ่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

         นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. เล็งเห็นถึงความสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าที่จะ เข้ามามีบทบาทในอนาคต อีกทั้งรถที่ผ่านการใช้งานมานานแล้วอาจจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กฟผ. จึงมุ่งมั่นผลักดันโครงการวิจัยรถไฟฟ้าดัดแปลงให้เกิดผลสำเร็จ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยสามารถพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าใช้เองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ พร้อมต่อยอดอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีศักยภาพของประเทศสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ สนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคในอนาคต

         สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า กฟผ. – สวทช. (i-EV) ที่รับมอบในวันนี้เป็นรถยนต์ยี่ห้อ Nissan Almera ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบคันที่ 1 ในโครงการวิจัยรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ระยะที่ 2 จากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าฯ ทั้งหมด 4 คัน หลังประสบผลสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ Honda Jazz เป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบรุ่นแรก จากโครงการวิจัยยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 1 และสามารถนำมาใช้งานได้จริงเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งโครงการวิจัยนี้มุ่งพัฒนาดัดแปลงรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานมานานแล้วให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าโดยใช้ชุดอุปกรณ์ดัดแปลง (EV Kit) ซึ่งถูกพัฒนาต้นแบบและกำหนดค่าอัตโนมัติต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถดัดแปลงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และมีต้นทุนดัดแปลงถูกลงไม่เกินคันละ 2 แสนบาท ไม่รวมแบตเตอรี่ ซึ่งถูกกว่ารถยนต์ไฟฟ้านำเข้าที่ ปัจจุบันยังมีราคาสูงถึงคันละ 3 – 4 ล้านบาท

         ทั้งนี้ ในปี 2563 กฟผ. ตั้งเป้าการพัฒนาให้เกิดศูนย์บริการดัดแปลงรถไฟฟ้า และถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมพิมพ์เขียวให้กับบริษัทรถยนต์และอู่ติดตั้ง เพื่อนำไปขยายผลในเชิงพาณิชย์ให้มีระดับราคาที่ประชาชนเป็นเจ้าของได้

         ด้าน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า กฟผ. กับ สวทช. มีความตั้งใจร่วมกัน ในการส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (Modified EV) สำหรับประเทศไทย สำหรับวันนี้ สวทช. โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ส่งมอบรถยนต์นิสสัน อัลมีร่า ขนาดเครื่องยนต์ 1200 ซีซี ที่พัฒนาและดัดแปลงให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า มีกำลังส่งออกสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 61.86 กิโลวัตต์ ซึ่งใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มประมาณ 12 – 15 ชั่วโมง ณ เครื่องอัดประจุแบบ normal charge หรือที่เราเห็นทั่วไป อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นสุดโครงการ จะสามารถอัดประจุแบบเร็ว ด้วยไฟฟ้า 3 เฟส (fast charge) โดยใช้เวลาอัดประจุเพียง 2 – 3 ชั่วโมงเท่านั้น ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งได้ในระยะทางประมาณ 150 - 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง (ด้วยการวิ่งความเร็วเฉลี่ย 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) สวทช. มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างเข้มข้นจนสามารถนำมาใช้งานได้จริงบนท้องถนน นอกจากนี้ สวทช. ยังพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจ การพัฒนารถยนต์ที่ใช้แล้วมาดัดแปลงเป็น “รถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง” ต่อไป เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศและลดมลภาวะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

20181127 PRE02 02

 

20181127 PRE02 03

 

20181127 PRE02 04

 

 

research20