
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ประจำปี 2569 (The 2026 International Nuclear Science and Technology Conference: INST) จัดโดยสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ภายใต้แนวคิด “Nuclear Science to Support Green Technology for Sustainable Living” ระหว่างวันที่ 13 - 14 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมี นางทวิวรรณ ด่านวิไล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง (รวช.) และนายยุทธพง ตันเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม (อวน.) เป็นผู้แทน กฟผ. เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

ในการนี้ กฟผ. ได้ร่วมบรรยายพิเศษ นำเสนอผลงานทางวิชาการ และจัดแสดงนิทรรศการด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์และพลังงานฟิวชัน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากร รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและพลังงานแห่งอนาคต
![]() |
![]() |
|---|
ภายในงาน นายโรจน์ยศ มโหธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมโรงไฟฟ้า - 1 (ช.อวร-1.) ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “EGAT’s Lessons Learned: Building Public Trust and Acceptance for Nuclear Energy” ถ่ายทอดประสบการณ์และบทเรียนของ กฟผ. ในการสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับของสังคมต่อการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์

นอกจากนี้ นายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน (รวพ.) พร้อม นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ (ชยน.) นำคณะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ร่วมงาน INST 2026 Reception Dinner ค่ำคืนแห่งแรงบันดาลใจ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากหลากหลายประเทศได้สร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ โดยภายในงาน นายโรจน์ยศ มโหธร ช.อวร-1. ได้ร่วมบรรยายถ่ายทอดบทเรียนของ กฟผ. ในการสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับของสังคมต่อการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์

สำหรับภาคการนำเสนอผลงานทางวิชาการ (Oral Sessions) นายอภิวัฒน์ วิใจคำ นักวิทยาศาสตร์ระดับ 7 อวน. ได้นำเสนอผลงานในหัวข้อ “From Plasma Physics to Engineered Systems: Medical Innovation and Tokamak Conceptual Design in Thailand” เพื่อถ่ายทอดความก้าวหน้าและองค์ความรู้ด้านฟิสิกส์พลาสมาสู่การพัฒนาระบบวิศวกรรม นวัตกรรมทางการแพทย์ ตลอดจนการออกแบบเชิงแนวคิดของเครื่องโทคาแมค (Tokamak) ในประเทศไทย

นอกจากนี้ กฟผ. ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการผลงานนวัตกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการประเมินความเสี่ยง ด้านความปลอดภัย และการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือทางนิวเคลียร์ ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เยี่ยมชมบูทนิทรรศการของ กฟผ. พร้อมรับฟังการนำเสนอความก้าวหน้าด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน ตลอดจนความร่วมมือระหว่าง กฟผ. และเครือข่ายพันธมิตรในการเสริมสร้างศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ โดย กฟผ. นำเสนอ 2 ผลงานเด่น ได้แก่

ผลงาน Conceptual Design of D-Shape Tokamak: เป็นการนำเสนอผลการศึกษาการออกแบบเชิงแนวคิดของเครื่องโทคาแมค TT-2 ซึ่งเลือกใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบรูปทรงตัวดี (D-Shape) แทนแบบวงกลม (Circular) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บพลาสมาและเพิ่มปริมาตรพลาสมา โครงการนี้ได้ประยุกต์ใช้เครื่องมือคำนวณขั้นสูงในการวิเคราะห์สมดุลของสนามแม่เหล็กและการจัดวางระบบขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้า มุ่งเป้าเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของประเทศในการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานฟิวชัน (Fusion Energy) ในระยะยาว
ผลงาน EGAT X TINT Powering Thailand’s Fusion Future: เป็นการนำเสนอความสำเร็จจากความร่วมมือระหว่าง กฟผ. สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) และพันธมิตรระดับโลก อาทิ การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน ASIPP ประเทศจีน ในการติดตั้งและถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้งานเครื่องโทคาแมค TT-1 รวมถึงการส่งบุคลากรเข้าร่วมโปรแกรมฝึกงานและแลกเปลี่ยนงานวิจัยที่โครงการ ITER (International Thermonuclear Experimental Reactor) ประเทศฝรั่งเศส เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์ฟิวชัน ด้านความปลอดภัยจากรังสี และด้านการควบคุมระบบโทคาแมคขนาดใหญ่

การร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติฯ ในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำบทบาทของ กฟผ. ในฐานะองค์กรหลักด้านพลังงานของประเทศ ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน โดย กฟผ. ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำพลังงานสะอาดมาเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญ สำหรับสร้างความมั่นคงทางพลังงานของไทยอย่างยั่งยืน
ที่มา : EGAT Today

